วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

แนวข้อสอบ

1. (O-Net 49) พิจารณาข้อความต่อไปนี้
ก. ซากพืชซากสัตว์ที่ถูกกดทับอยู่ใต้เปลือกโลกที่มีอุณหภูมิและความดันสูงเป็นเวลานานจะเกิดเป็น
สารประกอบไฮโดรคาร์บอน
ข. น้ำมันดิบจะถูกกักเก็บอยู่ใต้พื้นผิวโลกในชั้นหินดินดาน ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายกระทะรองรับไว้
ค. การสำรวจแหล่งปิ โตรเลียมเบื้องต้น คือการศึกษาลักษณะของหินใต้พื้นโลก
ง. ในประเทศไทยพบว่าแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติและแหล่งผลิตน้ำมันดิบเป็นแหล่งเดียวกัน

ข้อใดถูก
1. ก และ ข 2. ก และ ค 3. ข และ ง 4. ค และ ง

ตอบข้อ 1 เพราะข้อ ค ผิด เนื่องจากการสำรวจแหล่งปิ โตรเลียมเบื้องต้น คือการศึกษาลักษณะของหินบนพื้นโลก ส่วนข้อ ง
ผิดเนื่องจากแหล่งน้ำมันดิบของไทยส่วนใหญ่อยู่บนบกส่วนแหล่งก๊าซธรรมชาติส่วนใหญ่อยู่ในทะเล





2. (O-Net 51) ในการกลั่นน้ำมันดิบ ผู้ประกอบการจะใช้การกลั่นลำดับส่วนแทนที่จะเป็นการกลั่นแบบธรรมดา ข้อใดคือเหตุผลหลัก
1) ในน้ำมันดิบมีสารที่มีจุดเดือดใกล้เคียงกัน จึงแยกด้วยวิธีการกลั่นแบบธรรมดาไม่ได้
2) การกลั่นแบบธรรมดาใช้เชื้อเพลิงมากกว่าการกลั่นลำดับส่วน
3) การกลั่นแบบธรรมดาจะได้ปรอทและโลหะหนักออกมาด้วย
4) การกลั่นลำดับส่วนจะไม่เกิดเขม่าที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์

ตอบข้อ 1 เพราะในน้ำมันดิบมีสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีขนาดโมเลกุลใกล้เคียงกัน รวมทั้งไอโซเมอร์ที่มีจุดเดือด
ใกล้เคียงกันจึงต้องแยกด้วยการกลั่นแบบลำดับส่วน





3. (O-Net 53) ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับสมบัติของตัวทำละลายในอุตสาหกรรมเคมีที่ได้จากการกลั่นปิ โตรเลียม
1) มีจุดเดือดสูงกว่าน้ำมันดีเซล
2) เป็นสารไฮโดรคาร์บอนที่ละลายน้ำได้
3) มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติ
4) ประกอบด้วยสารไฮโดรคาร์บอนที่มีจำนวนคาร์บอนน้อยกว่า 5 อะตอม

ตอบข้อ 3 เพราะตัวทำละลายในอุตสาหกรรมเคมีต้องเป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันปกติจึงสามารถใช้งานได้



4. ด้วยเหตุผลข้อใดต่อไปนี้จึงทำให้น้ำมันเบนซินมีจุดเดือดต่ำกว่าน้ำมันดีเซล
1) น้ำมันเบนซินมีจำนวนอะตอมของคาร์บอนในโมเลกุลน้อยกว่าน้ำมันดีเซล
2) น้ำมันเบนซินมีจำนวนอะตอมของคาร์บอนในโมเลกุลมากกว่าน้ำมันดีเซล
3) น้ำมันเบนซินมีจำนวนอะตอมของไฮโดรเจนในโมเลกุลน้อยกว่าน้ำมันดีเซล
4) น้ำมันเบนซินมีจำนวนอะตอมของไฮโดรเจนในโมเลกุลมากกว่าน้ำมันดีเซล

ตอบข้อ 1 เพราะน้ำมันที่มีจำนวนอะตอมของคาร์บอนในโมเลกุลน้อยจะมีจุดเดือดต่ำ



5. น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีองค์ประกอบดังต่อไปนี
ก. ไอโซออกเทน 93 % เฮปเทน 7 % โดยมวล
ข. ไอโซออกเทน 93 % เตตระเอทิลเลด 7 % โดยมวล
ค. ไอโซออกเทน 90 % เตตระเอทิลเลด 10 % โดยมวล
ง. ไอโซออกเทน 90 % เฮปเทน 10 % โดยมวล

มลพิษจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้นตามลำดับดังข้อใด
1. ข < ค < ก < ง 2. ข < ก < ค < ง 3. ก < ข < ง < ค 4. ก < ง < ข < ค

ตอบข้อ 4 เพราะน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีเตตระเอทิลเลดมากจะเป็นอันตรายมาก และถ้ามีค่าออกเทนต่ำอาจทำให้เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ทำให้เกิดมลพิษได้




6.น้ำมันดีเซลที่มีเลขซีเทนเท่ากับ 55 หมายความว่าอย่างไร
1. ประกอบด้วยซีเทน 55 % และเบนซีน 45 %
2. น้ำมันดีเซลที่เติม MTBE ลงไป 45 %
3. น้ำมันที่มีสมบัติในการเผาไหม้เหมือนกับมีแอลฟาเมทิลแนฟทาลีน 55 %
4. น้ำมันที่มีสมบัติในการเผาไหม้เหมือนกับน้ำมันดีเซลที่มี CH3(CH2)14CH3 55 %

ตอบข้อ 4 เพราะน้ำมันน้ำมันดีเซลที่มีเลขซีเทนเท่ากับ 55 หมายถึงน้ำมันที่มีสมบัติในการเผาไหม้เหมือนกับน้ำมันดีเซลที่มีซีเทน (CH3(CH2)14CH3) เป็นองค์ประกอบ 55 % และแอลฟาเมทิลแนฟทาลีน 45 %




7.แก๊สหุงต้มในครัวเรือนส่วนใหญ่เป็นแก๊สบิวเทน เมื่ออยู่ในถังอยู่ในสถานะใด เพราะเหตุใด
1) ของเหลว เพราะเพิ่มความดัน 2) ของเหลว เพราะลดอุณหภูมิ
3) ของเหลว เพราะเพิ่มอุณหภูมิ 4) แก๊ส เพราะอุณหภูมิสูง

ตอบข้อ 1 เพราะภายในถังแก๊สจะอัดความดันไว้ ดังนั้นแก๊สจะเปลี่ยนเป็นของเหลว เมื่อเราเปิ ดวาล์วถังแก๊สความดันจะลดลงของเหลวจะระเหยเป็นแก็ส



8.ข้อแตกต่างระหว่างแก๊สธรรมชาติเหลว (LNG) และแก๊สปิ โตรเลียมเหลว (LPG) ต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง
ก. ในการนำมาเป็นเชื้อเพลิง LNG ใช้ในครัวเรือนและยานพาหนะส่วน LPG ใช้ในอุตสาหกรรม
ข. การนำมาใช้ประโยชน์ต้องกำจัดสารที่ไม่ใช่ไฮโดรคาร์บอนออกจาก LNG ส่วน LPG สามารถนำมาใช้ได้เลย
ค. LNG เป็นแก๊สผสมสามารถนำไปกลั่นได้น้ำมันเบนซิน ส่วน LPG เป็นแก๊สไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากการกลั่น
น้ำมันดิบ

1. ก. และ ข. 2. ข. และ ค. 3. ก. และ ค. 4. ก. ข. และ ค.

ตอบข้อ 2 เพราะแก๊สที่ขุดพบในธรรมชาติที่เป็นของเหลวปนแก๊สเรียกว่า LNG หรือ Liquid Natural Gas ซึ่งจะมีทั้งปรอทไอน้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรคาร์บอนโมเลกุลเล็กๆ ตั้งแต่ C1-C6 เมื่อนำไปกลั่นแยกจะได้ส่วนที่เป็น C3-C4 เราเรียกว่าแก๊สปิโตรเลียมเหลว (LPG หรือ Liquid Petroleum Gas) LPG ใช้ในครัวเรือนและยานพาหนะส่วน LNG ใช้ในอุตสาหกรรม




9.การใช้ก๊าซหุงต้มเพื่อให้ได้ความร้อนสูงที่สุดควรปรับเปลวไฟให้เป็นสีอะไร
1. สีแดง 2. สีเหลือง 3. สีน้ำเงิน 4. สีเขียวอมเหลือง

ตอบข้อ 3 เพราะเชื้อเพลิงเผาไหม้หมดทำให้เกิดความร้อนสูงสุด หากเปลวไฟมีสีเหลืองหรือสีแดงแสดงว่าก๊าซยังถูกเผา
ไหม้ไม่หมด





10.(O-Net’51) พิจารณาข้อความต่อไปนี้
ก. LPG เป็นแก๊สหุงต้มและสามารถปรับใช้แทนน้ำมันเบนซินได้
ข. เลขออกเทนใช้บอกคุณภาพของน้ำมันเบนซิน ส่วนเลขซีเทนนใช้บอกคุณภาพของน้ำมันดีเซล
ค. แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิงที่ได้จากการผสมเมทานอล (แอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง) กับน้ำมันเบนซินในอัตราส่วน1:9
ง. MTBE เป็นสารที่เติมลงในน้ำมันเบนซินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้และเรียกว่าน้ำมันไร้สารตะกั่ว
ข้อใดถูก
1. ก. และ ข. เท่านั้น
2. ค. และ ง.
3. ก. ข. และ ค.
4. ก. ข. และ ง.

ตอบข้อ 4 เพราะข้อ ค. ผิดเนื่องจากแก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิงที่ได้จากการผสมเอทานอลกับน้ำมันเบนซิน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น